Business Focus
 
หน้าแรก >Business Focus > บุหลันดั้นเมฆ
 
บุหลันดั้นเมฆ
  www.mrthaijob.com  วันที่  14  ก.ย  2552
 

บุหลันดั้นเมฆ ขนมโบราณ หอม หวาน ชวนลิ้มลอง





             ขนมบุหลันดั้นเมฆ เป็นขนมชาววังที่คิดประดิษฐ์ขึ้นให้มีสีสันอุปมาอุปไมยเลียนแบบเพลงไทย "
บุหลันลอยเลื่อน" ซึ่งเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 มีลักษณะคล้ายขนมน้ำดอกไม้ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือตัวขนมที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำดอกอัญชัน น้ำตาลทราย หยอดลงบนถ้วยตะไล เมื่อนำไปนึ่งตรงกลาง จะบุ๋มลงไป ส่วนตัวหน้าขนมประกอบด้วย ไข่ กะทิ น้ำตาลมะพร้าว และนำไปนึ่งต่อจนสุก เมื่อรับประทานจะให้ความรู้สึกถึงความหอมหวานของน้ำดอกอัญชันกับกลิ่นน้ำตาลมะพร้าว

              ส่วนผสม

             - แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วยตวง

             - แป้งท้าวยายม่อม 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

             - น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วยตวง

             - น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง (ใครชอบหวานมากก็เติมได้อีก)

             - สีผสมอาหารสีน้ำเงิน (ถ้าใครมีดอกอัญชันก็ใช้ดอกอัญชันแช่น้ำร้อน 1/4 ถ้วยให้สีออกมาก ๆ)

             - ถ้วยตะไลแบบแบน ไม่มีก็ใช้ถ้วยอะลูมิเนียมที่ทำวุ้นก็ได้ 

             สูตรนี้ทำได้ประมาณ 20-25 ถ้วย

             เริ่มต้นด้วยขั้นตอนการทำน้ำเชื่อมก่อน โดยตวงน้ำลอยดอกมะลิใส่หม้อ 1/2 ถ้วย แล้วตวงน้ำตาลทรายใส่ลงไป นำหม้อตั้งไฟเคี่ยวน้ำเชื่อมให้ได้ 1/2 ถ้วย สักพัก ปิดไฟพักให้อุ่น หรือเย็น ตวงแป้งทั้ง 2 ชนิดใส่ชามอ่าง ค่อย ๆ เทน้ำลอยดอกมะลิลงไป ทีละน้อย ๆ พร้อมทั้งนวดไปด้วย เพื่อแป้งจะได้เข้ากันดีและเหนียว นวด ไปเทน้ำไปจนหมดน้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วยที่เหลือจากการทำน้ำเชื่อม 

             ทีนี้ก็เทน้ำเชื่อมที่ทำไว้ใส่ลงไป คนให้น้ำเชื่อมเข้ากันดีกับแป้ง แล้วหยดสีน้ำเงินใส่ลงไป 1-2 หยด แล้วแต่ว่าสีที่ใช้เข้มแค่ไหน ขั้นตอนนี้ถ้าใครใช้ดอกอัญชัน ก็เอาดอกอัญชันแช่น้ำร้อนให้ออกสี แล้วเอาน้ำสีที่ได้ใส่ลงไปแทน คนให้สีเข้ากันดีกับแป้งจะออกเป็นสีฟ้าหรือน้ำเงิน พักแป้งไว้ก่อนแล้วมาทำไส้เตรียมไว้

              ส่วนผสมไส้

             - ไข่ไก่ 2 ฟอง

             - น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง ใครชอบหวานก็สามารถเพิ่มได้

             - น้ำกะทิข้น ๆ 1/4 ถ้วยตวง สามารถใช้กะทิผงได้

             - สีผสมอาหารสีเหลือง ถ้าต้องการให้ไส้สีเหลืองมาก ๆ

             ตอกไข่ใส่ชาม ใส่น้ำตาลทราย และน้ำกะทิลงไป ตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน พอขึ้นก็ใช้ได้ ไม่ต้องขยำแบบหน้าสังขยา สีไม่เหลืองก็ใส่สีทำขนมสีเหลืองลงไปหน่อย จะได้พระจันทร์สีเหลืองสวยดี ต่อไปก็เอาน้ำใส่หม้อนึ่ง ใส่ลงไป 3/4 หม้อ ตั้งไฟให้น้ำเดือด แล้วเอาถ้วยตะไลวางลงไปในซึ้งนึ่งถ้วยเปล่าจนร้อนจัด ใครไม่มีถ้วยตะไลจะใช้ถ้วยอะลูมิเนียมก็ได้ อย่างในรูปเราจะทำใส่ถ้วยอะลูมิเนียมด้วย เผื่อใครจะใช้เป็นไอเดียได้ ถ้าใส่น้ำในหม้อชั้นล่างมาก ๆ และนึ่งถ้วยตะไลจนร้อนจัด ๆ เวลานึ่งขนมตรงกลางก็จะบุ๋มลงไป หลังจากนั้นตักแป้งหยอดในถ้วยแล้วนึ่งต่อประมาณ 2-3 นาที หรือจะนึ่งแค่พอแป้งจับตัวสุกเฉพาะขอบก็ได้ ต้องใช้วิธีเปิดฝาหม้อดูเอา ให้ยกลงแล้วหยิบถ้วยขนมเทแป้งที่ยังไม่สุกออกใส่ชามแป้งไว้ ไม่ต้องเททิ้ง พยายามเทแบบคว่ำถ้วยก็ดี ขนมแป้งจะได้ไม่เลอะด้านอื่น หลังจากเทแป้งออกแล้วตักไส้ใส่ลงไปให้เต็มหลุมตรงกลาง แล้วนึ่งต่อประมาณ 4-5 นาทีหรือจนสุก ขั้นตอนนี้ต้องคอยระวังด้วยเพราะถ้าเรานึ่งนานไปไส้ขนมจะพองล้น ทำให้หน้าไม่เรียบสวย เมื่อสุกแล้วยกลง พักให้เย็น แคะขนมออกจากถ้วยจัดใส่จาน เท่านี้ก็ได้รับประทานขนมหน้าตาสีสันสวยงามแถมอร่อยอีกต่างหาก ใครอยากลองทำก็ทำได้ไม่ยาก จะได้เป็นการเผยแพร่ขนมไทยไม่ให้สูญหายไป






 






หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 1390  ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 

ความคิดเห็นที่ 1


ขอบคูณค่ะ

โดย : ศร    2010-08-02 16:47:28


ส่งความคิดเห็น

  • โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น หรือ กล่าวหาให้ร้ายกัน
  • ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  • ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
แสดงความคิดเห็น
ใส่อารมณ์