Business Focus
 
หน้าแรก >Interview > วีรวัฒน์ วงศ์ว่องไว นายอำเภอดีเด่นประจำปี 2551
 
วีรวัฒน์ วงศ์ว่องไว นายอำเภอดีเด่นประจำปี 2551
  www.mrthaijob.com  วันที่  27  ส.ค  2552
 

วีรวัฒน์ วงศ์ว่องไว นายอำเภอดีเด่นประจำปี 2551

ทำงานแบบ "บูรณาการร่วม"

...เพื่อพัฒนาท้องถิ่นให้แข็งแรง





               "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" สโลแกนประจำกระทรวงมหาดไทย ที่ประชาชนคนไทยคุ้นหูเป็นอย่างดี ในฐานะข้าราชการแผ่นดินผู้ รับหน้าที่เป็นตัว แทนระดับอำเภอ "นายอำเภอ" คือกลไกที่สำคัญที่จะสานงานของภาครัฐให้สัมฤทธิผล รวมทั้งเป็นผู้นำนโยบายของรัฐบาลและกระ ทรวงมหาดไทยไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่ เพื่อประ โยชน์สุขของประชาชนโดยตรงด้วย 

               บ้านเมืองเปลี่ยนไป บทบาทของนายอำเภอในปัจจุบันจึงต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย ด้วยการปรับเปลี่ยน บทบาทไปสู่การเป็นนักบริหารมืออาชีพ ที่มุ่งเน้นการทำงานอย่างทุ่มเท และเสียสละเพื่อประชาชน 

                โดยปฏิบัติงานในฐานะผู้ประสานงานมากกว่าการเป็นผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้บรรลุซึ่งภารกิจและเป้าหมายหลักของกระทรวงมหาดไทยและกรมการปก ครอง ซึ่งก็คือการ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ให้แก่ประชาชน ที่งานโครงการ "นายอำเภอน้อย" โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย งานสำคัญที่ทำให้เราได้เจอกับนายอำเภอดีเด่นประจำปี 2551 "นายวีรวัฒน์ วงศ์ว่องไว" นายอำเภอดีเด่นประจำปี 2551 จากอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ตัวแทนข้าราชการที่จะยืนยันคุณสมบัติที่ว่า... ข้าราชการผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งนายอำเภอจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และมีคุณธรรม ทั้งต้องมีความเสียสละ อุทิศกำลังกาย กำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของทางราชการและประชาชนเป็นอย่างยิ่ง.... 

               "การคัดเลือกนายอำเภอดีเด่นมีประจำทุกปี ทางจังหวัดจะพิจารณาคัดเลือกนายอำเภอที่มีผลงานดีเด่นในระดับจังหวัดก่อนเพื่อส่งเป็นตัวแทนในระดับเขต จากนั้นกรมการปกครองก็จะแต่งตั้งคณะกรรมการออกมาตรวจประเมินในเขตการตรวจราชการ ซึ่งจะมีคณะกรรมการทั้งจากส่วนกลางของกรมการปกครอง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นภาค ราชการที่เป็นหน่วยราช การอื่นนอกเหนือจากกระทรวงมหาดไทย จากมหาวิทยาลัยบ้าง ภาคองค์กรเอกชนก็มี จากหลาย ๆ ส่วนที่ไม่ใช่จากกระทรวงมหาด ไทยประมาณเกือบ 10 ท่าน มีการนำเสนอผลงานและการทำงานในรอบ 1 ปี หรือ 2 ปีที่ผ่านมา แล้วแต่คณะกรรมการจะให้นำเสนอของนายอำเภอที่ได้รับการคัดเลือก"

               "คณะกรรมการก็จะไปให้ครบในเขตตรวจราชการ เมื่อตรวจครบก็จะประกาศนายอำเภอที่มีผลงานดีเด่นในระดับเขต หลังจากนั้นนายอำเภอที่มีผลงานดีเด่นในระดับเขตก็จะเข้าไปสู่การคัดเลือกในระดับภาค ตามโครงการนายอำเภอของประชาชน ก็จะมีการคัดเลือกจากภาคสู่ภาคด้วยกัน ทั้งหมดก็จะมี 4 ท่าน แต่นายอำเภอที่มีผลงานดีเด่นจะมีทั้งหมด 12 ท่าน คือตั้งแต่ระดับเขต และนายอำเภอที่เป็นระดับภาค เรียกกันสั้น ๆ ว่า "นายอำเภอแหวนเพชร" ผมเองได้รับคัดเลือกในระดับเขตช่วงปลายปี 2550" 

               ร่ายยาวถึงหลักการพิจารณานายอำเภอดีเด่น ที่ไม่ได้สร้างกันง่าย ๆ "นายอำเภอดีเด่น ปี 2551" ก็ขอเล่าถึงชีวิตตัวเองบ้าง

               "ผมรับราชการครั้งแรกปี 2525 เป็นปลัดอำเภอบรรจุอยู่ที่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น อยู่ 4 ปี ก็ได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้เข้ามาดำรงตำแหน่งที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย อยู่กองคลัง ถ้านับเวลารวมก็ประมาณ 14 ปี ผมเรียนจบนิติศาสตร์ แต่พอดีตอนผมเข้ามาอยู่ส่วนกลางผมไปเรียนปริญญาโทที่นิด้า เรียนสาขาพัฒนาสังคม เป็นสหสาขาวิชาการ เรียนทางด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองการปกครอง การพัฒนาท้องที่ ท้องถิ่น การไปเรียนโทที่นิด้านี่เองที่ทำให้ผมสามารถสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอได้ ทำให้ผมได้เปิดสมองกว้างขึ้น พอเปิดสมองกว้างขึ้นผมก็รับความรู้รอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เวลาไปสอบมันก็ง่ายขึ้น"

               สอบเข้าเรียนโรงเรียนนายอำเภอ ปี 2540 กลับออกมาเป็นหัวหน้าฝ่ายอยู่กองป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน 2 ปี จากนั้นจึงไปรับตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายกองคลังกว่า 3 ปี เรียกว่าใช้เวลาในงานราช การมากว่า 20 ปีก่อนที่จะได้บรรจุแต่งตั้งเป็นนายอำเภอ เริ่มต้นงานที่ อ.ทรายมูล จ.ยโสธร ปี 2545 จนถึงปลายปี 2547 ปัจจุบันนายอำเภอดีเด่นดำรงตำแหน่งนายอำเภออยู่ที่ อ.เลิงนกทา เป็นปีที่ 5 แล้วถึงแม้พื้นเพของนายอำเภอดีเด่นจะเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ก็ไม่ได้ทำให้การทำงานในต่างพื้นที่มีความยากลำบากเลย 

                "สำหรับผมไม่ได้ลำบากเลยครับที่จะต้องไปทำหน้าที่ในต่างจังหวัด เพราะผมตั้งเป้าไว้ตั้งแต่สอบเป็นปลัดอำเภอแล้ว ซึ่งตอนที่ผมเป็นปลัดอำเภอผมก็ไปอยู่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงเก่ามีผู้ก่อการร้ายเยอะแยะ อยู่ที่นั่น 4 ปี จังหวะโชคดีได้มาศึกษาหาความรู้ที่กรุงเทพฯ เพราะว่าผู้หลักผู้ใหญ่ให้มาทำงานในส่วนกลาง ทำให้ได้ประสบการณ์จากการบริหารงานของผู้บังคับบัญชาหลายท่าน ได้ศึกษาการทำงานของนายอำเภอตามหนังสือ ก็เก็บเอาไว้ รอจนกว่าตัวเองจะออกมาเป็นนายอำเภอ กระทั่งถึงวันที่ได้รับตำแหน่งนายอำเภอก็ได้เอาออกมาใช้จริง ๆ"

               รับตำแหน่งนายอำเภอก็ได้เวลางัดเอาความรู้และประสบการณ์ทั้งหลายมาใช้ "เริ่มใช้วิธีของการทำงานแบบบูรณาการร่วม แสวงหาความร่วมมือ ถึงแม้ว่านายอำเภอโดยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินให้เราเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการในภูมิภาคที่สังกัดในอำเภอนั้น ๆ รวมถึงมีหน้าที่กำกับดูแลองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบล แล้วก็ยังเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ว่าราชการจังหวัดในการกำกับดูแลการบริหารงานของเทศบาลตำบลด้วย แต่ถ้าเป็นการทำงานในระดับภูมิภาคเรามีส่วนราชการอยู่หลายส่วนราชการ มีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่ในการดูแลพี่น้องประชาชนอยู่หลายองค์กรด้วยกัน ฉะนั้นการทำงานที่จะประสบความสำเร็จที่ผมได้ศึกษามาก็คือการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันเพื่อสร้างทีมงานของอำเภอให้ได้ ส่วนจะมีกี่ทีมนั้นอยู่ที่พื้นที่ของแต่ละท้องที่ครับ"

               การทำงานของนายอำเภอที่ไม่เหมือนใคร ถึงจะต้องลงพื้นที่เดือนละเป็น 10 ครั้ง แต่ผลที่ได้รับก็คุ้มกับความเหนื่อย

                "พื้นที่เลิงนกทา เป็นอำเภอที่ใหญ่กว่าอำเภอเมืองเกือบสองเท่าของ จ.ยโสธร ตำบลหนึ่งของเลิงนกทามีขนาดใหญ่เท่ากับอำเภอบางอำเภอของ จ.ยโสธร ด้วยซ้ำ ผมเห็นว่าถ้าเราไม่สร้างทีมงานในทุกระดับตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับตำบล และระดับหมู่บ้าน การทำงานคงจะพัฒนาพื้นที่ได้ค่อนข้างจะช้า แล้วการช่วยเหลือประชาชน การแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนคงจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก ถ้าเราไม่เร่งสร้างทีมงาน" 

               "ผมเริ่มสร้างทีมงานด้วยการทำงานแบบบูรณาการร่วม ด้วยการประชุมปรึกษาหารือกัน ผมได้มีการเชิญหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานกลุ่มคุณภาพการศึกษาคือ ผู้บริหารการศึกษาที่เป็นประธานกลุ่มเครือข่ายคุณภาพการศึกษา มาประชุมปรึกษาหารือกันในระดับอำเภอทุกเดือน ในขณะเดียวกันผมก็เห็นว่าถึงแม้ว่าผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่นจะได้รับทราบแนวทางการทำงานร่วม ก็คือเราร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบอยู่แล้ว เราได้มีการนำนโยบายของรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม และนโยบายของจังหวัดเอง ของอำเภอเอง ประชุมปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาอำเภอ" 

                "เรายังคิดว่าการสร้างงานในระดับอำเภอมันไม่เพียงพอ เราควรไปสร้างทีมงานในระดับตำบลด้วย ผมเลยจัดให้มีการประชุมในระดับตำบลทุกเดือน ๆ ละ 10 ครั้ง โดยผมจะเป็นประธานในการประชุม ผมเรียกว่าการประชุมบูรณาการร่วมระหว่างฝ่ายท้องถิ่น-ท้องที่ ฝ่ายท้องถิ่นประกอบด้วยนายกกับทีมผู้บริหาร ฝ่ายประธานสภา สมาชิกสภาก็คือฝ่ายท้องถิ่น ซึ่งจะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในระดับตำบล ผู้อำนวยการสถานศึกษาในตำบล หลังประชุมในระดับอำเภอแล้วเราก็เอาแนวทางการทำงานในระดับอำเภอมาหารือในระดับตำบลเพื่อแสวงหาแนวทางการทำงาน เพื่อแสวงหาแนวทางการแก้ไขปัญหา ผมทำอย่างนี้ทุกเดือนมาจะ 5 ปีแล้ว"

                "การคิดค้นการทำงานในระดับหมู่บ้าน เรานำแผนชุมชนมาเป็นหลักในการหาแนวทางในการพัฒนาหมู่บ้าน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชน โดยจะต้องมีประชาคมชาวบ้านเพื่อให้สามารถจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชนเพื่อใช้พัฒนาหมู่บ้านของเขาได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันนี้เราทำครบหมดแล้ว 145 แผนชุมชน ซึ่งอำเภอของเราได้รับการประเมินเป็นแผนระดับดีทั้งหมดจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ แล้วเราได้ส่งขึ้นไปขอประเมินเป็นแผนระดับดีมาก ซึ่งเป็นอำเภอเดียวในยโสธรที่กล้าประเมินแผนตัวเองครบ 100% ในระดับดีมาก ถึงจะไม่ได้ทั้งหมดเราก็ยังมีแผนระดับดีอยู่ ในปีต่อไปเราต้องสามารถลงไปประชาคม เป็นที่ปรึกษากับพี่น้องประชาชนในระดับหมู่บ้าน ให้เขาสามารถคิดในการที่จะแก้ไขปัญหาในการพัฒนาหมู่บ้านได้ด้วยตนเอง นั่นจะทำให้องค์กรหมู่บ้านเข้มแข็งขึ้น"

               หลักการทำงานที่ได้จากผู้นำดี ๆ ถูกนำมาปรับปฏิบัติอย่างเข้าใจ 

               "ผมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นกิจกรรมหลัก ในหนึ่งด้านใหญ่ ๆ จะมี 6 กิจกรรมย่อยของกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง เช่น กิจกรรมลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กิจกรรมส่งเสริมการออม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การเอื้ออาทรต่อกัน การดำรงชีวิต ที่ยึดถือวิถีชีวิตดั้งเดิมของพี่น้องประชาชน ส่วนที่เหลือก็จะเป็นอีก 5 ด้าน คือ ลด ละ เลิกอบายมุข เรื่องการศึกษา การสาธารณสุข สุขภาพอนามัย การกีฬา ครอบคลุมทุกด้าน"

               นายอำเภอดีเด่นบอกว่าปัจจุบันนี้มีหมู่บ้านตัวอย่าง 33 หมู่บ้าน ขณะที่หมู่บ้านอื่น ๆ ก็จะมีการพัฒนาเชิงบวกเพราะได้รับการกระตุ้นทุกปี "เหล่านี้ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เราสร้าง พอเราสร้างขึ้นมาหมู่บ้านเราก็จะเริ่มเข้มแข็งขึ้นจนปัจจุบันมีการรวมกลุ่มมากขึ้น กลุ่มโอทอปเรามีถึง 71 กลุ่ม มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมากถึง 156 กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากโอทอป จึงทำให้ อ.เลิงนกทาของเราค่อนข้างที่จะเข้มแข็ง แต่จะมาเทียบกับเมืองที่เจริญแล้วคงไม่ได้ แต่ก็ถือว่าระดับการพัฒนาของเราเห็นได้ชัดว่ามีการพัฒนาที่เป็นเชิงบวกมาโดยตลอด"

               กว่าจะทำให้ประชาชนใน อ.เลิงนกทาเกิดการรับรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่เข้มแข็งของชุมชน นายอำเภอคนเก่งต้องใช้เวลาพอสมควร

                "ตั้งแต่เริ่มมาเข้ามาทำงานเลย เราต้องแสวงหาความร่วมมือ สิ่งแรกเราต้องทำให้เขาเห็นว่าเรามีความจริงใจต่อพื้นที่ของเขา เมื่อมาอยู่ที่เลิงนกทาแต่เราเป็นคนที่อื่น เขาจะเชื่อมั่นในตัวเราได้ก็อยู่ที่การวางตัวของเราว่าเรารักพื้นที่นี้แค่ไหน ขยันออกไปพบปะ ซึ่งผมจะออกไปพบปะชาวบ้านทุกเดือน ๆ ละเป็น 10 ครั้ง เป็นเวลาหลายปีพวกเขาก็เห็นว่าเรามีความจริงใจที่จะพัฒนาพื้นที่ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เขาก็ทุ่มให้เราพอสมควรที่จะขับเคลื่อนงานไปพร้อม ๆ กับเรา ตรงนี้ถือเป็นหลักการทำงานเลยก็ว่าได้ คือสมัยนี้ถึงแม้ว่าจะมีความรู้ มีความสามารถหรือมีประสบการณ์ แต่ถ้าเราไปชี้นิ้วสั่งงานสั่งการโดยไม่แสวงหาความร่วมมือก็ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก เราต้องพูดคุยกันในวงก่อน วงนี้คือวงที่ไม่พูดกันในหอประชุมอำเภอ ต้องไปพูดกันที่หอประชุม อบต. หรือศาลากลางบ้านที่จะเข้าถึงชาวบ้านได้เร็วขึ้น ถ้าเราสามารถไปพูดคุยกับเขาหาแนวทางร่วมในการทำงาน สืบค้นหาปัญหาที่มันเป็นปัญหาที่แท้จริงของเขาแล้วนำไปสู่กระบวนการคิดร่วม โดยใช้ "หลักการทำงาน 5 ร คือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมแก้ไขปัญหา และร่วมติดตามประเมินผล" หลักคิดนี้ผมใช้มาตั้งแต่เริ่มรับราชการเป็นนายอำเภอ ซึ่งก็ค่อนข้างที่จะประสบความสำเร็จมากครับ สามารถเอาไปใช้ได้ตลอด"

               ถึงแม้ว่าจะเรียนรู้มาเยอะในการทำงาน แต่เมื่อต้องลงมาปฏิบัติงานจริงจึงไม่น่าแปลกที่นายอำเภอต้องใช้หลักการใกล้ชิดเป็นที่ตั้ง

               "การพัฒนาของผมเริ่มต้นอันดับแรกคือใจ เราต้องไปเป็นคนที่นั่นก่อน อันดับสองคือข้อมูลที่ต้องรู้ เราต้องสืบค้นข้อมูลให้ได้หมด ท้องที่ที่เรารับผิดชอบมีศักยภาพด้านที่ดินยังไง แหล่งน้ำเป็นอย่างไร ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างไรบ้าง เรามีพี่น้องประชาชนที่ทำการเกษตรเท่าไหร่ ปศุสัตว์เท่าไหร่ มันต้องมีข้อมูล ซึ่งข้อมูลนี้ก็ไม่ได้หายากเพราะก็มีอยู่ในระดับท้องถิ่น ในระดับ อบต. กับเทศบาลอยู่แล้ว เราลงไปทุกเดือนเราสามารถทำให้แผนของเขาเป็นปัจจุบันได้ด้วยการชี้แจง ทำความเข้าใจ ก็คือบูรณาการคิดร่วม ทำร่วมแล้วให้แผนของเขาสมบูรณ์ได้ ผมใช้หลัก Swot คือหลักวิเคราะห์ศักยภาพท้องที่ที่เอาไปใส่อยู่ในแผนท้องถิ่น ซึ่งการที่แผนท้องถิ่นจะสมบูรณ์ก็ต้องไปเอาข้อมูลที่หมู่บ้าน ถ้าหมู่บ้านไม่มีแผนชุมชนก็ไม่สามารถส่งต่อข้อมูลมายังแผนตำบลได้ ทีมงานที่เป็นชุดปฏิบัติการประจำตำบลที่เราสร้างขึ้นก็จะลงไปประชาคมชาวบ้านเพื่อไปทำแผน ถ้าแผนเขาสมบูรณ์ แผนท้องถิ่นก็จะสมบูรณ์ พอข้อมูลสมบูรณ์เราก็จะมองออกว่าต้องทำอะไรบ้าง"

               ได้ฟังคำบอกเล่าถึงการทำงานของนายอำเภอดีเด่นประจำปี 2551 เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าตำแหน่งนายอำเภอดีเด่นท่านได้แต่ใดมา

               "ด้วยความที่เรามีใจ เราเอาใจไปเป็นคนของอำเภอนั้น เหมือนกับเราไม่ได้เป็นคนกรุงเทพฯ เราเป็นคนยโสธรแล้ว เราเป็นคนเลิงนกทาแล้ว เมื่อเรามีใจที่จะไปอยู่กับเขา แล้วเรามีหลักการทำงาน (การทำงานแบบบูรณาการร่วมเพื่อสร้างความสมานฉันท์สามัคคี มุ่งสู่ความอยู่ดีมีสุข) มันเป็นหลักคิดของผม ปัจจุบันนายอำเภอลงหมู่บ้านไม่ได้มากเหมือนสมัยก่อนแล้ว เพราะพื้นที่มันใหญ่ ถ้าเราไปลงพื้นที่ทุกวัน ๆ เราก็ทำอย่างอื่นไม่ได้ มันจะช้าด้วย กว่าจะไปครบไม่รู้กี่เดือน สู้เราสร้างทีมงานกระจายอำนาจลงไป ให้ปลัดอำเภอ ให้นายก อบต. เทศบาล ให้เขาสร้างทีมงานลงไปทำ แต่เราต้องไม่ลืมที่จะลงไปในระดับตำบลทุกเดือนให้ได้อย่างสม่ำเสมอตรงนี้สำคัญ"

                นายวีรวัฒน์ วงศ์ว่องไว พูดถึงหน้าที่นายอำเภอว่า "นายอำเภอเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของทุกส่วนราชการในสังกัดภูมิภาคประจำอำเภอ ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้กำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นผู้มีหน้าที่ในการช่วยเหลือผู้ว่าราชการจังหวัดในการกำกับดูแลเทศบาลตำบลในพื้นที่ สรุปนายอำเภอคือผู้บังคับบัญชาสูงสุดของอำเภอนั้น ๆ ของส่วนราชการ และมีหน้าที่ประสานการทำงานกับรัฐวิสาหกิจในพื้นที่องค์กรเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้การทำงานนั้นเป็นรูปแบบที่สามารถที่จะขับเคลื่อนพัฒนาได้อย่างมีนัยสำคัญว่ามีแผนในการทำงาน ฉะนั้นนายอำเภอจะต้องมีทีมงาน" 

               "ฉะนั้นเราจะต้องปฏิบัติตัวของเราให้เป็นผู้นำที่เขาเชื่อถือ ในการที่จะเป็นผู้นำของทุกส่วนราชการผู้ที่สามารถขับเคลื่อนการบริหารในระดับอำเภอได้ ถ้าเราไม่สามารถขับเคลื่อนการทำงานของทุกส่วนราชการได้ ถ้าฟันเฟืองตัวใดมันติดขัดการทำงานมันก็จะมีปัญหา ฉะนั้นเราต้องทำงานเป็นทีมงานให้ได้ ผมก็พยายามสร้างเรื่องนี้ให้มากที่สุด แล้วก็ให้ความสำคัญต่อเจ้าหน้าที่ทุกคน"

                นายอำเภอดีเด่นกับมุมมองความสำเร็จ "ถ้าเอาตัวเองเป็นตัววัด ผมถือว่าประสบความสำเร็จแล้วนะ เพราะเราทำงานแล้วมีความสุขในตำแหน่งที่เราทำ ไม่ได้คาดหวังว่าจะเติบโตไปงานขนาดไหน เพราะตามสายงานปกครองที่นักปกครองรุ่นพี่บอก การเป็นนายอำเภอก็ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว ถ้าได้เลื่อนตำแหน่งสูงกว่านั้นก็ถือว่าเป็นกำไรชีวิต ซึ่งเราก็ไม่ได้คาดหวัง ต้องสร้างความสุขในการทำงานให้ได้ มีรอยยิ้มได้ ไม่เครียด นั่นคือความสำเร็จแล้วครับ"

              มีคำคมจากรุ่นพี่นักปกครองที่ นายวีรวัฒน์ วงศ์ว่องไว นายอำเภอดีเด่นประจำปี 2551 จาก อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ยึดไว้เป็นอีกแนวปฏิบัติคือ "ผมว่าสิ่งที่ท่านอธิบดีกรมการปกครอง (ดร.วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์) ให้ไว้เป็นแนวคิดในการทำงานที่ดีครับ คือ "คำว่านักปกครองต้องครองตน อดทน ขยัน และพยายามให้ถึงที่สุดเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน" คำนี้มันเอาไปใช้ได้กับทุกอาชีพครับ ถ้าเป็นองค์กรก็เพื่อองค์กร ถ้าจะทำเพื่อครอบครัวก็เพื่อครอบครัวของเรา ต้องครองตนให้เป็นคนดี มีศีลธรรม มีจริยธรรม เราต้องเป็นผู้นำในทางสร้างสรรค์"

             "ทุกหน่วยงานการจะเป็นผู้นำก็ต้องเป็นผู้นำในทางสร้างสรรค์ ต้องตั้งใจจริง เพื่อประโยชน์สุข อดทน ขยัน พยายามให้ถึงที่สุด" ใช่เลย






หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 1608  ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 

ความคิดเห็นที่ 1


อยากให้นายอำเภอกลับมาอยู่เลิงนกทาเหมือนเดิมค่ะ

โดย : ชาวบ้าน    2010-06-18 18:44:22


ส่งความคิดเห็น

  • โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น หรือ กล่าวหาให้ร้ายกัน
  • ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  • ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
แสดงความคิดเห็น
ใส่อารมณ์