Business Focus
 
หน้าแรก >Business Focus > ครีเอเชีย มิลล์
 
ครีเอเชีย มิลล์
  งานการศึกษาและอาชีพ  วันที่  5  พ.ค  2552
 


ครีเอเชีย มิลล์ ธุรกิจอิงธรรมชาติ

ต่อยอด
"เชลแล็กขาว" เทียบชั้นสากล




     "ครั่ง" ชื่อของแมลงที่มีขนาดเล็กมาก ลำตัวมีสีแดง อาศัยอยู่บนต้นไม้ โดยเฉพาะต้นจามจุรี ต้นก้ามปู หรือต้นฉำฉา ครั่งทำรังเป็นยางแข็งเรียกว่า ชัน ซึ่งเป็นสารที่ครั่งขับออกมาห่อหุ้มตัวเพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรู ครั่งนิยมเลี้ยงกันมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานเพื่อป้อนโรงงาน การเลี้ยงครั่งเป็นอาชีพสามารถทำรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรในชนบทได้ไม่น้อยทีเดียว 

          ประโยชน์มากมายของครั่งก็ไล่กันตั้งแต่ ตัวครั่ง ใช้ทำสีสำหรับย้อมผ้า ย้อมไหม หรือย้อมหนังสัตว์ รังครั่ง ยังมีประโยชน์ใช้ทำสิ่งของได้หลายอย่าง ใช้เคลือบผ้าพันสายไฟฟ้า หรือเคลือบเม็ดยาให้มันและป้องกันความชื้น หรือใช้ทำสีผสมอาหาร นอกจากนี้ยังใช้เป็นส่วนประกอบในยาแผนโบราณเพื่อรักษาโรคบางชนิด 

         ประโยชน์ที่สำคัญและทำให้ครั่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวสำคัญ คือ ใช้ทำเชลแล็กสำหรับทาไม้ให้เงา สวยงาม ทนทาน ครั่ง จึงยังเป็นที่ต้องการของหลายประเทศ แต่มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่สามารถผลิตครั่งส่งออกได้ โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ส่งออกครั่งได้เป็นอันดับ 1 ใน 2 ของโลกรองจากประเทศอินเดีย

         เนื้อครั่ง หรือครั่งเม็ด (Seed Lac) คือส่วนที่นำไปผลิตเป็น เชลแล็ก ที่ถือเป็นพลาสติกจากธรรมชาติที่สุด (Nature Plastics) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ เชลแล็กธรรมดา เชลแล็กขาว หรือเชลแล็กฟอกสี และเชลแล็กปรุงแต่ง ปัจจุบันมีการนำเอาเชลแล็กมาใช้ประโยชน์ทางอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากขึ้น อาทิ อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมหมึกพิมพ์ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับวัสดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้า และอุตสาหกรรมยาง นอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้เคลือบผิวผลไม้ ทำให้เหี่ยวช้าลงกว่าปรกติ ใช้เคลือบลูกกวาด ยาเม็ด ใช้ในการผลิตน้ำยาล้างฟิล์มถ่ายรูป เป็นส่วนประกอบในสารฆ่าเชื้อราสำหรับหนังสือ สารฆ่าแมลง หรือยาทาเล็บ เป็นต้น

         คุณอนุศิษฎ์ ภูวเศรษฐ กรรมการบริหาร บริษัท ครีเอเชีย มิลล์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายครั่งเม็ดและสีแดงจากครั่งส่งออกรายใหญ่ของไทย ที่ดำเนินธุรกิจผลิตครั่งเม็ดมาตั้งแต่ปี 2517 และเริ่มผลิตสีแดงจากครั่งในปี 2519 และเมื่อปี 2540 ได้ร่วมทุนกับคู่ค้าจากประเทศเยอรมนีในนาม บริษัท EXECLACS จำกัด จัดตั้งโรงงานผลิตเชลแล็กขาว หรือเชลแล็กฟอกสีจากครั่งเม็ด เป็นเกรดที่ใช้สำหรับอาหารและยาเพียงแห่งเดียวของไทยส่งออกจำหน่ายทั่วโลก ได้พูดถึงการทำงานของบริษัทนี้ว่า
 "ประเทศไทยมีโรงงานผลิตครั่งเม็ดอยู่ 7 ราย อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ 5 ราย และภาคอีสาน 2 ราย ขณะที่โรงงานผลิตเชลแล็กขาวมีอยู่เพียง 3-4 ราย แต่ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเชลแล็กขาวเกรดที่นำไปใช้กับงานไม้ ซึ่งสินค้าที่บริษัทผลิตจะเน้นส่งออกต่างประเทศ นำไปแปรรูปเป็นสารหรือน้ำยาสำหรับเคลือบยาเม็ด ขนมหวาน อาหาร หรือแว็กซ์ผิวผลไม้ต่าง ๆ ตลอดจนใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางส่งกลับมาขายให้แก่อุตสาหกรรมในบ้านเรา

               การที่ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตครั่งที่ใหญ่ที่สุด มีคุณภาพดีที่สุด ได้จุดประกายให้บริษัทพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยเข้ารับการสนับสนุนจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เครือข่ายภาคเหนือ ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชลแล็กขาวพร้อมใช้สำหรับเคลือบผิวเม็ดยาและอาหารประเภทคอนเฟคชั่นนารี่ เมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา 

         เนื่องจากเชลแล็กเป็นพลาสติกธรรมชาติ (Natural Plastics) ที่มีคุณสมบัติทางเคมีเฉพาะ การใช้ประโยชน์จากเชลแล็กจึงต้องมีการพัฒนาคุณภาพของสารเคลือบที่ใช้วัตถุดิบที่มาจากเชลแล็ก และการพัฒนาเทคโนโลยีในการเคลือบโดยใช้เชลแล็ก จึงจะสามารถใช้ประโยชน์จากเชลแล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้นการพัฒนาคุณภาพเชลแล็กจึงต้องสามารถแก้ปัญหาคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีของเชลแล็ก

         คุณอนุศิษฎ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า
"ในการแปรรูปจากเชลแล็กขาวเกรดที่ใช้กับอาหารและยา เป็นสารหรือน้ำยาสำหรับเคลือบหรือแว็กซ์ผลไม้นั้นต้องมีความรู้เฉพาะทาง จึงอาศัยองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่ทางโครงการ iTAP จัดหาเข้ามาทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชลแล็กขาวของบริษัท เพื่อต่อยอดเป็นสารเคลือบเม็ดยาและอาหารประเภทคอนเฟคชั่นนารี่ หรือลูกกวาด

               ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการนี้ สามารถพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์เชลแล็กขาวพร้อมใช้สำหรับการเคลือบเม็ดยาในรูปแบบผงแห้งสำเร็จรูป รูปแบบ Water Base และรูปแบบ Solvent Base และผลิตภัณฑ์เชลแล็กขาวพร้อมใช้สำหรับเคลือบอาหารประเภทคอนเฟคชั่นนารี่ รูปแบบ Modified Solvent Base 

         ข้อดีของการ Modified เชลแล็กขาว จะทำให้มีอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น และสะดวกในการเก็บรักษาโดยไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในห้องเย็น สามารถทนต่อสภาพอุณหภูมิปรกติได้ช่
วยขจัดข้อจำกัดทางธรรมชาติของการใช้เชลแล็กขาวจากเดิมที่ไม่สามารถทนต์ออากาศร้อนได้จะเกิดการเกาะตัวติดกันเป็นก่อน ทำให้ความนิยมลดลงและหันไปใช้สารเคลือบสังเคราะห์ที่มีราคาสูงแทน อาทิ EUDRAGIT แต่เชลแล็กนั้นถือเป“นพลาสติกทางธรรมชาติที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดเพราะเป“นผลผลิตที่ได้จากครั่ง

          โครงการดังกล่าวใช้ระยะเวลาในการวิจัยและพัฒนาประมาณ 6 เดือน ปัจจุบัน บริษัทถือเป็ผู้ผลิตเชลแล็กขาวพร้
อมใช้สำหรับเคลือบผิวเม็ดยาและอาหาร รวมถึงเครื่องสำอางเพียงรายเดียวของไทย ซึ่งหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์บริษัทฯ เตรียมออกแชลแลคขาวพร้อมใช้ออกสู่ตลาดในประเทศ เพื่อให้อุตสาหกรรมของไทยได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐาน USP ปลอดภัย และราคาถูกกว่าไม่แพ้สินค้านำเข้าราคาแพงจากต่างประเทศ ก่อนจะขยายสู่ตลาดต่างประเทศต่อไป

         อย่างไรก็ดี แม้ว่าจากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายที่ลดลงจากการสั่งซื้อของลูกค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา แต่คุณอนุศิษฎ์ก็ไม่คิดจะถอดใจ และเห็นว่าบริษัทไม่ควรหยุดนิ่งที่จะพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น เพราะกระแสความนิยมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติยังมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมสูงขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยการดำเนินธุรกิจบริษัทจะค่อยเป็นค่อยไปไม่เร่งรีบเพื่อรอจังหวะ สำหรับผลประกอบการปีที่ผ่านมา ยอดขายเชลแล็กขาวเกรดที่ใช้กับอาหารและยาประมาณ 100 ล้านบาท/ปี ขณะที่ยอดขายครั่งเม็ดลดลงมาเหลือประมาณ 30 ล้านบาท/ปี 

         สำหรับผู้สนใจผลิตภัณฑ์เชลแล็กขาว เชลแล็กขาวพร้อมใช้ เม็ดครั่ง และสีแดงจากครั่ง สามารถติดต่อได้ที่ คุณอนุศิษฎ์ ภูวเศรษฐ บริษัท ครีเอเชีย มิลล์ จำกัด 284 บ้านต้า ม.10 ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง 52100 โทรศัพท์ 0-5425-0606-7 แฟกซ์ 0-5432-5082 หรือที่เว็บไซต์ www.shellacthailand.com 

         สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้ารับการช่วยเหลือและสนับสนุนจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สวทช. สำนักงานกลาง (กทม.) โทร. 0-2564-8000 หรือ สวทช. เครือข่าย ภาคเหนือ โทร. 0-5322-6264 หรือที่เว็บไซต์
www.nstda.or.th และ www.nn.nstda.or.th






หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 1178  ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 



ส่งความคิดเห็น

  • โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น หรือ กล่าวหาให้ร้ายกัน
  • ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  • ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
แสดงความคิดเห็น
ใส่อารมณ์