Business Focus
 
หน้าแรก >Interview > น้ำทิพย์ เทือกสุบรรณ
 
น้ำทิพย์ เทือกสุบรรณ
  Job Request  วันที่  27  มี.ค  2552
 


น้ำทิพย์ เทือกสุบรรณ

สถาปนิกไฟแรง สาวมาดมั่นที่รักงานท้าทาย



       น้ำทิพย์ เทือกสุบรรณ หรือ บุ๋ม ลูกสาวคนเล็กของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เธอมีความใฝ่ฝันที่อยากจะทำงานด้านอินทีเรียหรือสถาปนิกตั้งแต่อยู่มัธยมศึกษาตอนปลาย จึงตั้งใจเรียนและเริ่มต้นวางแผนก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ได้มุ่งหวังไว้ 

       บุ๋ม เล่าให้ฟังว่า บุ๋มเรียนระดับชั้นอนุบาลที่โรงเรียนมานิตานุเคราะห์ จ.สุราษฎร์ธานี ระดับประถมศึกษาโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนนานาชาติดัลลิช จ.ภูเก็ต และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่จีลอง แกรมมาร์ สคูล ประเทศออสเตรเลีย จากนั้นระดับปริญญาตรีศึกษาต่อด้านสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยแพรท อินซทิทยูท นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา 

       "สมัยเรียนตอนปี 2 บุ๋มและเพื่อนอีก 4 คน ได้รับคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยรับรางวัลนิวยอร์กโซไซตี้ ออฟ อาคิเท็ค ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับนักออกแบบรุ่นใหม่ นอกจากนี้สิ่งที่บุ๋มภูมิใจ คือได้รับการคัดเลือกไปศึกษาเพิ่มเติมที่ประเทศอิตาลี ด้านสถาปัตยกรรม"

       เมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว คุณน้ำทิพย์ทำงานที่บริษัท เอชเอส ทู อาคิเทคเจอร์ เป็นแห่งแรก ระยะเวลา 1 ปี จากนั้นบินกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย ทำงานในตำแหน่งสถาปนิกที่บริษัท เฟนน์ ดีไซน์ จำกัด ถึงปัจจุบันทำงานมาระยะเวลากว่า 4 เดือน คุณน้ำทิพย์ เล่าถึงความแตกต่างในการทำงานที่เมืองนอกกับเมืองไทยว่า "อยู่เมืองนิวยอร์ก ที่นั่นพื้นที่จะค่อนข้างจำกัด แออัด การทำงานส่วนใหญ่จะคลุกคลีอยู่กับการออกแบบใหม่ในโครงสร้างเก่า อาทิ อพาร์ตเมนต์ ออฟฟิศ ส่วนการทำงานในเมืองไทยจะเป็นการทำงานที่เกี่ยวกับการออกแบบค่อนข้างใหญ่ เช่น การออกแบบศูนย์การค้า การออกแบบหมู่บ้าน การทำงานจึงเป็นลักษณะทีมงาน นอกจากนี้ยังมีกฎหมายข้อบังคับต่าง ๆ ที่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป 

       อาชีพนี้มีข้อดีที่ว่ามีอิสระให้เราได้คิด มีสิ่งใหม่ ๆ ให้ได้ศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการจ้างหรืออุปกรณ์การจ้าง จะมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา รู้สึกว่าแอ็คทีฟดี ทำให้เราได้มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ได้ทำงานเดิม ๆ ซ้ำซาก แต่ทุกวันจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์ใหม่ ๆ หรือสิ่งใหม่ ๆ ในทุก ๆ อย่างเกิดขึ้นรอบตัวเรา น่าสนใจมาก

       การทำงานที่เมืองไทยเราได้เรียนรู้ระบบงาน การประสานงาน การติดต่องานกับลูกค้า เรามีเพื่อน ๆ พี่ ๆ คอยแนะนำ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เราสามารถเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานได้มาก เขาสอนเราเยอะ เพราะว่าเรายังใหม่มากกับอาชีพนี้


       สำหรับปัญหาในการทำงาน น้ำทิพย์ บอกว่า อาชีพนี้บางทีเรามีความคิดสร้างสรรค์อย่างหนึ่ง หรือจินตนาการไว้อย่างหนึ่ง อยากดีไซน์งานเป็นแบบนี้ แบบนั้น สุดท้ายความเป็นจริงก็อาจจะไม่ได้ เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เราจะต้องแก้ปัญหาไปว่าจะทำอย่างไรให้ได้ดีไซน์ของเรา สิ่งที่เราต้องการมากให้เหมือนกับที่เราวาดฝันไว้มากที่สุด แต่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ถือว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก 

       ด้วยวัยเพียง 25 ปีในสายวิชาชีพนี้ นับว่าเธอยังเด็กมากในวงการสถาปนิก ต้องใช้ระยะเวลาและประสบการณ์อีกยาวไกล แต่ น้ำทิพย์ ก็มีความสุขกับการทำงาน 

       ช่วงนี้ขอทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปก่อน เรียนรู้ระบบงานของเมืองไทย อนาคตวางแผนศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา ส่วนอนาคตอยากทำงานด้านสถาปนิก และเปิดบริษัทเล็ก ๆ ชอบ ซึ่งเป็นงานที่ถนัด ขอให้สบายใจในการทำงาน ไม่ได้คาดหวังใหญ่โต ขอให้มีความสุขกับการทำงาน

       เวลาว่างชอบออกกำลังกาย ซึ่งกีฬาที่ชื่นชอบคือ ว่ายน้ำ ถ้ามีเวลาว่างจะชวนเพื่อน ๆ ไปว่ายน้ำกัน หากมีเวลาน้อยก็จะเลือกเล่นฟิตเนส วันว่างเสาร์- อาทิตย์จะกลับไปเยี่ยมบ้านที่สุราษฎร์ธานี อยากท่องเที่ยวในเมืองไทยให้ทั่ว เพราะไม่ได้อยู่เมืองไทยมานาน 

       "อาชีพนี้แม้ว่าจะเหนื่อย เพราะบางทีต้องอยู่ดึก อยู่ยาว แล้วแต่งาน งานกระชั้นชิดก็ต้องทำ แต่ก็มีความสุขกับงาน ไม่เบื่อ คุณพ่อมักสอนเสมอว่าให้อดทน เน้นการดูแลตัวเอง อิสระในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ขอฝากไว้สำหรับน้อง ๆ ที่จบการศึกษาใหม่ต้องมีใจรัก ชอบที่จะทำงานนั้น ๆ ต้องไม่ท้อถอย ช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ได้เรียนมาเป็นอะไรที่หนักตลอด ต้องใช้เวลา ในการทำงานเยอะ จึงต้องมีใจรักจริง ๆ ตัวเองจะเป็นคนชอบศึกษาเพิ่มเติม ชอบความสนุกสนาน ชอบทำกิจกรรมและชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยากฝากไว้ว่า ถ้าเรามีใจรัก ยังไงก็ต้องประสบความสำเร็จแน่นอน อย่างน้อยก็รู้สึกว่าเราทำสิ่งที่เรารัก มันก็จะประสบความสำเร็จแล้วไม่ต้องใหญ่โตอะไรมาก" น้ำทิพย์ กล่าวทิ้งท้าย






หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 4388  ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 



ส่งความคิดเห็น

  • โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น หรือ กล่าวหาให้ร้ายกัน
  • ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  • ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
แสดงความคิดเห็น
ใส่อารมณ์