Business Focus
 
หน้าแรก >Business Focus > ขายกล้วยแขก-กล้วยข้าวเม่า
 
ขายกล้วยแขก-กล้วยข้าวเม่า
  สมัครด่วน 988  วันที่  21  ม.ค  2552
 

ขายกล้วยแขก-กล้วยข้าวเม่า



                 กล้วยแขก กล้วยข้าวเม่าทอดที่คุ้นเคย ปัจจุบันอาจจะหารับประทานยากสักหน่อยเพราะด้วยราคากล้วยที่แพงขึ้น ใครที่สนใจลองศึกษาวิธีทำดู ไม่ยุ่งยาก แถมต้นทุนก็ไม่มาก อุปกรณ์ก็หาได้ในครัวเรือน

                เงินลงทุน 

                ประมาณ 7,000 บาท (รถเข็นประมาณ 4,000 บาท เตาแก๊สพร้อมถัง 2,000 บาท)

                รายได้

                ประมาณ 800 บาทขึ้นไป/วัน

                วัสดุ/อุปกรณ์

                รถเข็น เตาแก๊สพร้อมถัง กระทะ ตะแกรงทอดมีด้าม ไม้ปลายแหลม ถาด หม้อ หรือกะละมัง ถุงกระดาษ 

                 ส่วนผสมกล้วยแขก 

                กล้วยน้ำว้าสุกหรือห่าม 1 หวี แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง

                แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง มะพร้าวขูด 1 ถ้วยตวง

                เกลือ 1/2 ช้อนชา หัวกะทิ 1 1/2 ถ้วยตวง

                งาคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ

                น้ำปูนใส 1/2 ถ้วยตวง น้ำมันพืชพอประมาณ

                วิธีทำ

                1. นำแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลี เกลือ นวดกับหัวกะทิและมะพร้าวขูดให้เข้ากัน ใส่น้ำปูนใสแล้วนวดต่อ ใส่งาลงไปให้ทั่ว

                2. ตั้งกระทะไฟปานกลาง ใส่น้ำมัน กะให้ท่วมกล้วยที่จะทอด เมื่อน้ำมันร้อนนำกล้วยที่หั่นตามยาว 3-4 ชิ้น ต่อ 1 ลูก (แล้วแต่ลูกใหญ่หรือเล็ก) ชุบแป้งที่ผสมไว้ตามข้อ 1 ใส่ในน้ำมันจนเต็มกระทะ

                3. ทอดจนแป้งเหลืองกรอบ และ เนื้อกล้วยสุก ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันก่อนนำใส่ถุงกระดาษขายให้ลูกค้า

                 ส่วนผสมกล้วยข้าวเม่า 

                กล้วยไข่สุก 1 หวี 

                น้ำมันพืชพอประมาณ

                ส่วนที่ 1

                มะพร้าวขูด 4 ขีด 

                ข้าวเม่าแห้งที่ทำจากข้าวเจ้า 4 ขีด

                น้ำตาลปี๊บ 4 ขีด 

                น้ำตาลทราย 2 ขีด

                ส่วนที่ 2

                มะพร้าวขูด 3 ขีด 

                แป้งข้าวเจ้า 2 1/2 ขีด

                แป้งสาลี 2 1/2 ขีด 

                เกลือป่น 1/2 ขีด

                ไข่ไก่ 1 ฟอง

                วิธีทำ 

                1. ส่วนที่ 1 นำน้ำตาลปี๊บและน้ำตาลทรายผสมกัน เทน้ำสะอาดลงไปเล็กน้อยพอละลายเข้ากัน นำไปตั้งไฟเคี่ยวพอเหนียว จึงใส่มะพร้าวลงไปเคี่ยว ต่อจนเกือบแห้ง ใส่ข้าวเม่าเคี่ยวต่อจนแห้ง ยกลงจากเตา

                2. ส่วนที่ 2 นำน้ำสะอาดมาคั้นมะพร้าวให้ได้หัวกะทิ 1 1/2 ถ้วยตวง หางกะทิ 1 1/2 ถ้วยตวง นำหัวกะทิเทลงในแป้งทั้ง 2 ชนิดที่ผสมกันไว้ ใส่เกลือป่น แล้วนวดให้เข้ากัน ตอกไข่ใส่ลงไป นวดต่อ รินหางกะทิลงไปผสม นวดต่อไปจนเนื้อแป้งไม่ติดมือ

                3. นำกระทะตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำมันกะให้ท่วมกล้วยที่จะทอด นำกล้วยที่ปอกเปลือกแล้วมาห่อด้วยส่วนผสมที่ 1 ห่อให้บาง (ถ้าหนาจะไม่กรอบ) พอน้ำมันร้อนได้ที่จึงนำกล้วยที่ห่อลงชุบในส่วนผสมที่ 2 และนำลงทอดติดกันเป็นคู่

                4. เอามือจุ่มแป้ง (ส่วนผสมที่ 2) โรยลงทอดในกระทะ และคอยเขี่ยให้มารวมกันเป็นแพ ตักช้อนขึ้นวางบนกล้วยที่กำลังทอด เมื่อแป้งที่ห่อกล้วยสุกเหลือง จึงตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

                 ตลาด/แหล่งจำหน่าย

                ตลาด บริเวณโรงเรียน หรือแหล่งที่มีคนสัญจรไปมา

                ข้อแนะนำ

                1. รสของกล้วยแขกที่อร่อยคือ จะต้องมีรสหวานจากกล้วย และมีรสเค็ม หวาน มัน กรอบจากแป้ง

                2. อาจขายควบคู่กับมันทอด เผือกทอด โดยนำมันหรือเผือกมาปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ ชุบแป้งชนิดเดียวกับกล้วยแขก นำไปทอด ควรมีน้ำจิ้มด้วย จะทำให้อร่อยขึ้น หรือขายคู่กับขนมไข่นกกระทา






หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 834  ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 

ความคิดเห็นที่ 1


:b19:

โดย : ันรพดีะัาะาระเึ    2010-11-15 13:21:41

ความคิดเห็นที่ 2


:b19:

โดย : ใส่ใจ    2010-06-20 13:07:43


ส่งความคิดเห็น

  • โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น หรือ กล่าวหาให้ร้ายกัน
  • ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  • ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
แสดงความคิดเห็น
ใส่อารมณ์