Business Focus
 
หน้าแรก >Interview > ดร.สมไทย วงษ์เจริญ
 
ดร.สมไทย วงษ์เจริญ
  www.mrthaijob.com  วันที่  11  มิ.ย  2553
 

ดร.สมไทย วงษ์เจริญ ‘ราชาขยะ’

ผู้ก่อตั้งอาณาจักรขยะรีไซเคิล ‘วงษ์พาณิชย์’



      จากการกระทำนอกกรอบของเด็กดื้อที่มีชีวิตนอกลู่นอกทาง มีความคิดนอกกรอบและไม่เหมือนใคร สามารถแปรเปลี่ยน ‘ขยะ’ ที่ไร้ค่าในสายตาของคนทั่วไป ให้กลายเป็น ‘สิ่งอันล้ำค่า’ ที่สร้างมูลค่าในแง่สินทรัพย์ และเกิดผลลัพธ์ในเชิงบวกทั้งในระดับประเทศและระดับโลก 
     ในวัยเด็กแม้เรียนเก่งแต่ไม่ชอบไปโรงเรียน ขอเรียนแค่ ม.ศ.3 และออกมาเรียนวิชาชีวิตด้วยตนเอ ในขณะที่พี่น้องเรียนเก่งจนจบดอกเตอร์ภาคปรกติกันทุกคน ยกเว้นสมไทย ตำแหน่งดอกเตอร์ได้มาจากวิชาทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นการลองผิดลองถูกกับการทำมาหาเลี้ยงชีพ จนได้รับบทเรียนชีวิตที่มีค่าที่ต้องแลกมาด้วยประสบการณ์ตัวเอง จนกระทั่งวันหนึ่งได้พบวิถีแป๊ะขายขวด ทำให้พบว่า ‘กองขยะที่เห็นที่แท้นั่นคือกองเงินกองทอง’ ซึ่งเปลี่ยนชีวิตของเขาให้ประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจรีไซเคิลอันมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก และได้รับฉายา ‘ราชาขยะ’ ในที่สุด แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยาก และร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและโลก ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ และอนาคตกับความฝันลึก ๆ ที่จะตั้ง Eco Town นิคมรีไซเคิลในประเทศไทยให้ได้ เพื่อที่จะบอกว่า ‘ขยะเป็นสิ่งไม่มีจริงในโลก’ นั่นเอง บุคคลที่เราจะกล่าวถึงในวันนี้คือ ...
        ดร.สมไทย วงษ์เจริญ ผู้ก่อตั้งอาณาจักรขยะรีไซเคิลมูลค่ากว่าพันล้านที่ชื่อ ‘วงษ์พาณิชย์’ และเจ้าของสโลแกน ‘ขยะคือทองคำ’ เปิดใจเล่าว่า “ชีวิตของผมเริ่มต้นจากการล้มเหลวทำอะไรมาหลายอย่าง ชีวิตหดหู่ที่สุด เรียนวิชาลองผิดลองถูก เลือดตาแทบกระเด็น ขายของทุกอย่าง ทำการค้าทุกอย่าง สิ่งที่อยากทำการค้าการขายตั้งแต่เด็ก ๆ คือ ไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน คำว่ามนุษย์เงินเดือน ผมประกาศเลยว่า ผมอยู่เมืองพิษณุโลก อยู่เขตพระราชวังจันทน์ ได้กระทำการหลั่งน้ำสิโนทกเช่นเดียวกับสมเด็จพระนเรศวรที่ประกาศอิสรภาพ ข้าพเจ้านายสมไทย วงษ์เจริญ ต้องการประกาศอิสรภาพความยากจน ณ บัดนี้ 
     ผมผันตัวเองเข้าสู่ชีวิตการค้าขาย อะไรคือหลักการค้า พยายามศึกษาลองผิดลองถูก เริ่มต้นจากการขายหอม กระเทียม ซื้อมากิโลละ 4 บาท ขายกิโลละ 10 บาท ยังเจ๊งได้เลย เราไม่รู้จริง ๆ ระยะเวลา 7-8 วัน หอม กระเทียมจุกละ 1 กิโล เหลือ 4 ขีด ขาดทุนได้ พอเปลี่ยนไปขายเสื้อผ้าแฟชั่นก็ล้าเร็ว เอาไปเลหลังลดราคา จากนั้นก็ไปขายหวย ขายหนังสือพิมพ์ ชีวิตลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน มันท้อแท้ จนกระทั่งมานั่งที่โบสถ์หลวงพ่อวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่า ‘วัดใหญ่’ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์พระพุทธชินราช ขอพรจากกล่องดวงใจของพระพุทธชินราช ขอให้ทุกอย่างได้อย่างใจ ขอให้ชีวิตรอดพ้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ขอให้พบวิชาทำมาหากิน ขอให้ค้นพบหลักการค้าให้เกิดขึ้นจงได้ 
       เมื่อผมออกมาจากวิหารหลวงพ่อ เจอป้าแก่ ๆ คนหนึ่งเอาขยะใส่ท้ายรถสามล้อแดง จึงถามป้าว่า ปรกติหรือเปล่า เอาของพวกนี้ไปไหน ป้าก็บอกว่าเอ็งแหละไม่ปรกติไอ้หนู เอ็งรู้หรือไม่ว่า ขยะเต็มรถสามล้อแดง เอาไปขายที่ร้านแป๊ะขายขวดตรงหอนาฬิกาได้เงินตั้ง 200 บาท และของพวกนี้ไม่ต้องไปหาไกล  แถวนี้เดี๋ยวมีคนมาเติมเป็นประจำทุกวัน เอามาวางเต็มไปหมด ใครจะรู้ว่าหลอดเมื่อเราดูดแป๊บเดียวหมดไป สามารถทำเป็นโต๊ะ เก้าอี้ได้ และทั่วประเทศมีเท่าไหร่ ทั่วโลกมีเท่าไหร่ แค่ง่าย ๆ ใกล้ตัวอย่างนี้ เราต้องเริ่มต้นจากสิ่งข้าง ๆ รอบ ๆ ตัวเราแถวนั้น ป้าเก็บได้ เราก็เก็บได้ คนมายืนดูเราก็ไม่เห็นต้องอายอะไร เราไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไรเลย 
       เมื่อเก็บของไปขายครั้งแรก แป๊ะขายขวดก็สอนว่า อะไรขายได้ อะไรขายไม่ได้ นั่นคือครูของเรา ผมอยากให้แป๊ะพูดกับผมบ่อย ๆ กลับมาบ้านก็จดอันนี้ใช้ได้ อันนี้ใช้ไม่ได้ เริ่มเป็นตำรา ไม่มีโรงเรียนไหนสอนเรา เรียนในโรงเรียนไม่มีครูสอนวิชาทำกินแบบนี้ มีแป๊ะคนนี้แหละ สำเนียงที่เขาด่าเราว่า...ไอ้ตี๋เอ๊ยลื้อทำไมถึงโง่อย่างนี้ ถ้าเราไม่เข้าใจอาจคิดว่าเขาดูถูกเรา โกรธเขา เราก็จะไม่ได้ความรู้ ทำให้เรารู้ว่าการจะได้รับความรู้ต้องอ่อน น้อมถ่อมตน ขอความรู้เขา ขอบคุณเขา และยกย่องชมเชยเขา ความรู้ไหลมาเลย ไหลมาเท่าไหร่เราก็จด เรียนนอกรั้วกับเรียนในรั้วเราเริ่มเปรียบเทียบ เรียนในระบบตั้งนานยังไม่รู้วิชาทำกิน แต่มาแป๊บเดียวรู้วิชาทำกิน และถ้ามาบ่อย ๆ มาเช้า มาเย็น ปีหนึ่ง 700 กว่าบทเรียนที่ได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของชีวิต จดจำไว้ไม่มีลืม”
           วันเวลาผ่านไปชีวิตที่ขลุกอยู่กับขยะทำให้ ดร.สมไทย มีความชำนาญงาน และงานแต่ละอย่างเริ่มเข้าสู่ระบบ จากที่เคยมีรถกระบะเก่า ๆ ขยับเป็นรถกระบะคันใหม่ และมีคนขับรถหมุนเวียนเปลี่ยนหน้าไป ไม่นานนักก็มีโรงงานคัดแยกขยะ เขียนป้ายติดไว้ว่า ‘วงษ์พาณิชย์’
          “เริ่มต้นชีวิตลำบากที่สุด การที่จะหาคนมาทำงานโรงงานขยะ มันเป็นเรื่องไม่สวยงาม มันเป็นเรื่องน่าสกปรก มันเป็นเรื่องน่าหดหู่ ถ้าจะกลับไปบ้าน พ่อแม่พี่น้อง เพื่อน ๆ ถามว่าไปทำงานที่ไหน ตอบเขาไม่ชัดว่าไปทำงานโรงงานขยะ นั่นคือคำพูดของพนักงานเราในอดีต แต่ปัจจุบันไปทำงานที่ไหน วงษ์พาณิชย์ไง รู้จักหรือเปล่า มันเป็นความภาคภูมิใจในปัจจุบัน แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ต้องฝ่าฟัน ต้องต่อสู้มามาก การที่จะสร้างทัศนคติให้พนักงานภายในองค์กร ให้เขาตระหนัก ซาบ ซึ้งใจ รักองค์กร เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เราใช้ระบบครอบครัว ไม่ ใช่ระบบบริษัท 
           วงษ์พาณิชย์จะไล่พนักงานออกสักคนยากเย็นที่สุด หากใครขโมยของในโรงงานยังไม่ให้เขาออกเลย จะถามเขาว่าเดือดร้อนอะไร ทุกข์เรื่องอะไรถึงต้องทำอย่างนี้ มีทางอื่นทางแก้ก็แนะนำบอกเขาไป โดยที่สุดแล้วต้องให้อภัยเขา เช่น หากพนักงานลักทองเหลืองไปขาย ถ้าเราไปจับเขาติดคุกติดตาราง เราไม่รู้เลยว่า ครอบครัวที่บ้านเขา เขามีลูกตาดำ ๆ ถ้าพ่อเขาไปติดตารางเพราะฝีมือของเรา เพียงแค่ขโมยทองเหลืองไปขาย 2 กิโล ผลกระทบที่ตามมา เรามองเป็นห่วงโซ่ของครอบครัวมากกว่า สุดท้ายต้องอภัยกัน ต้องคุยกัน สอนให้คนดีเป็นคนดีมันก็ง่าย สอนคนไม่เก่งแล้วเก่ง สอนให้คนไม่ดีเป็นคนดีได้ คืองานที่ท้าทายของเราที่สุด
          องค์กรวงษ์พาณิชย์เป็นลักษณะองค์กรธุรกิจประชาสังคมเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คือ 1. องค์กรธุรกิจคือ ต้องทำอย่างไรให้มีกำไรที่มีพื้นฐานคุณธรรม 2. ลองเจียดกำไรคืนประชาสังคม อยู่ในสังคมต้องทำบุญบ้าง สอนเขาโดยการเป็นวิทยากรให้แก่เด็กนักเรียน ให้เขาได้รู้จักเรื่องราวสิ่งแวดล้อม ตระหนักความรับผิดชอบเพื่อสังคม รู้จักเสียสละ ตัวเราเองเป็นส่วนเล็ก ๆ ภายในกระบวนการทางสังคม ถ้าไม่มีสังคมก็ไม่มีวงษ์พาณิชย์ ไม่มีสังคมก็ไม่มีคนชื่อสมไทย วงษ์เจริญ ต้องตอบแทนทุกเรื่อง และ 3. ไปสู่เส้นทางการอนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน”  ปลูกฝังคุณธรรมให้พนักงาน“เชิญพระคุณเจ้านักเทศน์เก่ง ๆ มาเทศน์ที่โรงงาน ถวายสังฆทานที่บ้านเรา ให้พนักงานหยุดพักงาน 1 ชั่วโมง มานั่งฟังเทศน์ ทำบุญที่บ้านกับทำบุญที่วัดต่างกันอย่าง ไร พระองค์เดียวกัน เท่ากับว่าเราซื้อเวลาในเรื่องของคุณธรรม เรื่องของธรรมะต่าง ๆ ที่เข้ามา แต่คุณธรรมที่สร้างเข้าไปทุกวัน เริ่มต้นย่างก้าวพนักงานที่จะเข้ามาทำงานที่วงษ์พาณิชย์ แผนกบริหารทรัพยากรบุคคล เราเริ่มตั้งแต่ค้นหา คัดสรร คัดเลือกบุคคลเข้าทำงานตามคุณสมบัติที่เราต้องการ 
          กติกาข้อแรกที่มาอยู่วงษ์พาณิชย์ สิ่งที่ห้ามเด็ดขาดคือ ลักษณะที่มาอยู่แล้ว ห้ามใช้วาจาส่อเสียดก้าวร้าว คุกคาม อิจฉาริษยา ว่ากัน ด่าข้ามหัวกันแบบไม่เอ่ยนาม เราถือมาก ยิ่งกว่าขโมยของ ลักทรัพย์อีก การกระทำลักษณะดังกล่าวเป็นการทำลายมิตรภาพในสังคมเรา ทำลายความสามัคคีของเรา ให้ออกสถานเดียวไม่มีต่อรอง เราเชื่อกันว่าเราอยู่กันด้วยความอดทน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ด้วยการพึ่งพากันแล้วจะเป็นสังคมที่มีความสามารถที่เหนียวแน่นที่สุด เป็นสังคมที่เราพยายามสร้างขึ้นมา พนักงานที่อยู่วันแรกจนถึงวันนี้อายุงาน 30 กว่าปี อยู่ตั้งแต่เป็นหนุ่มสาวจนแต่งงาน มีลูกมีหลาน”

           ครูลองผิดลองถูก

          ครูมี 2 ส่วนคือ ครูสอนเรื่องรู้จำ และครูสอนเรื่องรู้จริง ครูสอนเรื่องรู้จำคือ  ตอนไปโรงเรียนมีครูมาสอนหนังสือ แต่ครูสอนรู้จริงมาจากนักประสบการณ์จริง ๆ มาจากเถ้าแก่มาสอนเรา สอนเรื่องนั้นเรื่องนี้  ต้องระวังเรื่องนั้นเรื่องนี้ นี่คือความรู้จริง ความรู้จากประสบการณ์จริง ๆ ที่มาจากคนอายุ 70-80 ปี มันตกผนึกแล้วมาเรียนรู้กัน ความรู้จากพระ ความรู้ที่สิ่งหนึ่งที่พบกัน ความรู้บนพื้นฐานความศรัทธา   

          แฟรนไชส์แบบใจถึง

          การสร้างแฟรนไชส์ของวงษ์พาณิชย์คือ การสนับสนุนให้ร้านลูกข่ายตั้งต้นธุรกิจของตนเองได้สำเร็จ จากนั้นวงษ์พาณิชย์จะให้การรับประกันราคาโดยการรับซื้อ ซึ่งลูกข่ายแฟรนไชส์จะมีเสรีภาพในทางการค้าขาย ถ้ามีที่อื่นที่ให้ราคาแพงกว่าก็สามารถขายให้คนอื่นได้ แต่เมื่อมีข้อมูลร้านที่รับซื้อแพงกว่าต้องนำตลาดใหม่มาแจ้งสำนักงานใหญ่ เพื่อที่จะได้ช่วยกันพัฒนาตลาด เราจึงกลายเป็นศูนย์รวมขยะในเมืองไทย ขณะนี้มีเครือข่ายกว่า 600 ราย

           ธนาคารขยะ

          ธนาคารขยะเกิดขึ้นโดยมีจุดประสงค์ให้เป็นแหล่งความรู้แก่สังคม ช่วงนั้นเกิดวิกฤตฟองสบู่แตก ธนาคารทั้งหลายดาหน้ากันเจ๊ง แต่วงษ์พาณิชย์สวนกระแสด้วยการประกาศจัดตั้งธนาคาร มีการจัดงานแถลงข่าวเชิญสื่อมวลชนมาทำข่าว โดยเชิญผู้หลักผู้ใหญ่มาเป็นประธานในพิธีเปิด และเปิดป้ายเลี้ยงฉลองกันอย่างเอิกเกริก

          เคล็ดลับความสำเร็จ

           ทำไมวงษ์พาณิชย์จึงเกิดการอบรมการสอนวิชาชีพมา 11 ปีเต็ม สอนลูกศิษย์ออกไปทำมาหากินกว่า 6,000 คน ทำมาหากินทั่วประเทศ อาชีพเด็ดปรกติเขาไม่สอนกัน แต่ทำไมเราจึงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สุดคือ การสอนอาชีพให้ความรู้แก่คนทั้งหลาย ให้ความรู้แก่คนโรคเอดส์ซึ่งกำลังจะตายแล้วมีความหวังว่า ถ้าเขาพึ่งตนเองได้แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าสังคมจะมองอย่างไร แต่ถ้าพึ่งตนเองได้ด้วยทั้ง 2 มือ 2 แขน 2 ขาเขาได้ เขาไม่กลัวอะไรแล้วในโลกนี้ ตรงนี้เป็นพลังบวกที่ทำให้ผมดูแล้วคนป่วยโรคเอดส์มีพลังในใจที่หลั่งสารออกมาต่อสู้กับชะตากรรม เป็นพลังงานที่สำคัญที่สุดเลยทีเดียว คนขอทาน เร่ร่อน ผมได้ให้อะไรออกไปต่อสู้ด้วยลำแข้งของตัวเองให้สำเร็จ
          ไม่ว่านักศึกจบใหม่ คนทำธุรกิจล้มเหลว วิกฤตเศรษฐกิจ เมื่อเขามาเห็นงานที่เราทำ ข้อแรกเขาจะเห็นความหวัง เกิดความหวัง ซึ่งจะกลายเป็นพลังและมาเรียนรู้ คนเข้าอบรมมาตั้งแต่มือเปล่า ๆ มาด้วยหนี้สินติดลบ คิดฆ่าตัวตาย ถามว่ากลับไปประสบความสำเร็จหรือ ไม่ ผมไม่อยากใช้คำว่าสำเร็จเลย สำเร็จแปลว่าสิ้นสุดแล้ว ผมอยากบอกว่า เขามีกินทั้งครอบครัว เป็นวิชาอมตะที่ผมอยากบอกว่า ใช้ ได้ตลอดชีวิตถึงลูกหลานเขาทุกคน ทุกชนชั้นที่สืบทอดต่อจากนี้ไป ตราบใดที่คนยังต้องบริโภคแล้วยังทิ้งขยะ นี่คือโลกของทรัพยากรหมุนเวียน

            ทุกปัญหาแก้ได้

          “ชีวิตนี้มีปัญหาทุกวัน ปัญหาเล็ก ปัญหาใหญ่ ปัญหาวิกฤต ปัญหาหนัก ๆ ชีวิตนี้ถ้าไม่มีปัญหาจะทำให้เราเสื่อมสมรรถภาพทุกอย่าง โดยเฉพาะความคิดและการกระทำ มีปัญหาสติปัญญาจึงเกิด วงษ์พาณิชย์ใช้ทฤษฎีหมูบะฉ่อในการแก้ปัญหา หมายถึงว่า เราเอาเนื้อสันหมูชิ้นใหญ่ ๆ ไปต้ม ยิ่งสับอย่างดี ใส่รากผักชี พริกไทยดำ โยนไปในน้ำ อร่อยที่สุด เหมือนกับว่า การจัดการปัญหาใหญ่เป็นปัญหาย่อยแล้วค่อย ๆ แก้จากเล็กไปหามาก แก้ได้เอง ไม่มีอะไร คิดบวกสร้างสรรค์อย่างเดียวทุกอย่างสำเร็จ”

          “3 สิ่งสำคัญในชีวิตที่คนเราจำเป็นต้องมีคือ 1. ความคิด ถ้าเปรียบความคิดของคนมันยิ่งใหญ่มาก ถ้าเทียบเท่าเม็ดทรายในมหาสมุทรมารวมกันมากเท่าไร ความคิดของคนมากกว่านั้น ความคิดคนสำคัญที่สุด 2. กล้าคิด เราต้องรู้จักคิด อย่ามัวคิดเล็กคิดน้อย อย่ามัวเก็บเงินร้อยลืมสอยเงินล้าน และสุดท้ายการมอง คิดแล้วมองให้เห็น มองเห็นแม่น ต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์เหนือวิสัยทัศน์ทั้งปวง ต้องกล้าหาญที่จะทำมัน ต้องตัดสินใจเด็ดเดี่ยวที่ต้องเผชิญกับมัน คิดได้มองเห็น ต้องทำทันที ช้าไม่ได้ ต้องรู้จักลองผิดลองถูก และทั้งหมดนี้คือ คัมภีร์ชีวิต” ดร.สมไทย กล่าวทิ้งท้าย



 



 



 



 



 



 



 



 





หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 1186  ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย