Business Focus
 
หน้าแรก >Entertainment > สาวนักบู๊ นุ้ย-เกศริน ...สานฝันเป็นจริง
 
สาวนักบู๊ นุ้ย-เกศริน ...สานฝันเป็นจริง
  www.mrthaijob.com  วันที่  15  ธ.ค  2552
 

สาวนักบู๊ นุ้ย-เกศริน ...สานฝันเป็นจริง

เปิด "ดิ เอเชี่ยน เทควันโด" ปั้นดาวเข้าทีมชาติ



              คนเราไม่ควรที่จะหยุดฝัน ... นุ้ย-เกศริน เอกธวัช นักกีฬาทีมชาติ แดนเซอร์มืออาชีพและดาราสาวผู้รักและหลงใหลในการต่อสู้ ผู้ที่ไม่เคยหยุดฝัน ความฝันที่อยากจะมีโรงเรียนสอนเทควันโดเป็นของตัวเองมานานจนในที่สุดก็ได้สานฝันเปิด "ดิ เอเชี่ยน เทควันโด" (The Asian Taekwondo) สอนเด็ก ๆ พร้อมเตรียมปั้นดาวส่งเข้าทีมชาติ

            
จุดสตาร์ตฝันปั้นดาวของสาวนักสู้ "นุ้ยอยากเปิดโรงเรียนสอนเทควันโดมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว และมีความตั้งใจที่อยากจะทำมากเพราะนุ้ยเป็นนักกีฬาเทควันโดทีมชาติ แต่ไม่มีโอกาส บังเอิญนุ้ยมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์มีความฝันเหมือนกัน และเป็นความบังเอิญครั้งที่สองที่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่น้องวิวติดโอลิมปิกพอดี กระแสเทควันโดจึงบูมขึ้นมา ก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีจึงตัดสินใจทำตั้งแต่ตอนนั้น"

            
หุ้นส่วนก็ไม่ใช่คนไกล เป็นมืออาชีพ เป็นอาจารย์คนแรกที่สอนจนน้องวิวได้เหรียญโอลิมปิคนั่นเอง ชื่ออาจารย์ปัญญา หลายคนได้ยินชื่อก็อุ่นใจว่ามีอาจารย์มืออาชีพมาดูแลลูกเขา ดิ เอเชี่ยน เทควันโด เปิดให้บริการอยู่ที่สยามพารากอน ย่านใจกลางเมือง เดินทางสะดวกสบาย เรียกว่าผู้ปกครองที่ส่งลูก ๆ มาเรียนสบายใจได้

             
"นุ้ยเปิดที่นี่เพื่อทำตามความฝันของตัวเอง เป็นความรู้สึกว่าอยากทำ ไม่ได้คิดถึงเรื่องของผลกำไร ขอแค่ได้ทำ แต่พอทำได้สักพักได้คุยกับหุ้นส่วนมากขึ้น ทำให้ได้เห็นถึงความเป็นไปได้ของธุรกิจ ซึ่งไปได้สวย จึงทำให้มีการขยับขยายจากสาขาสยามพารากอน เปิดที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ที่นี่ก็ไปได้ดี และในอนาคตอันใกล้ตั้งใจว่าจะขยายสาขาเพิ่มอีก ตอนนี้นุ้ยก็ไม่ได้มองแค่ขยายสาขาเพิ่ม แต่มองไปถึงเรื่องของการทำเป็นระบบแฟรนไชส์ ต้องขอเวลาศึกษาเรื่องระบบก่อน เพราะนุ้ยเองก็ไม่ได้เป็นนักธุรกิจมืออาชีพ เป็นแค่มือสมัครเล่น ต้องศึกษาขั้นตอน วิธีให้ชำนาญเสียก่อน พลาดพลั้งไปมันก็เรื่องใหญ่เหมือนกัน"

            
ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนจะสอนอะไรก็ต้องเน้นที่คุณภาพก่อน "เรามั่นใจเพราะเราอยากจะทำให้สิ่งที่เรารักออกมาดีที่สุด จึงต้องพิถีพิถันและรอบคอบมากเป็นพิเศษ อีกอย่างเรามีคอนเนคชั่นที่ดีต่อประเทศเกาหลี ดังนั้น เวลาสอบสายโรงเรียนของเราจะมีมาตรฐานสูงกว่าที่อื่น ๆ เพราะว่าเป็นโค้ชทีมชาติมาสอบ รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้เราก็ร่วมมือกับประเทศเกาหลี มีอุปกรณ์ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ปลอดภัย คิดว่าน่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้ปกครองของเด็กไว้ใจ เชื่อใจมาเรียนที่โรงเรียนนี้"

             
ดีกรีนักกีฬาทีมชาตินอกจากเป็นเจ้าของก็ต้องลงมือสอนเองด้วย "แต่เดิมนุ้ยจะมีคลาสเทควันโดแดนซ์ แต่ช่วงนี้งานค่อนข้างเยอะจึงไม่ค่อยมีเวลาเข้าคลาสเต็มที่นัก หรือบางครั้งมีเด็กมาลงชื่ออยากจะเรียนกับนุ้ย นุ้ยก็จะเข้าสอนเป็นคลาสพิเศษไป บางครั้งก็จะเข้าไปช่วยสอนบ้าง เด็ก ๆ ก็จะตื่นเต้นดีใจ นาน ๆ พี่นุ้ยจะเข้ามาสอน"

            
"การเต้นเทควันโดแดนซ์นุ้ยเองเป็นคนที่ชอบเต้น และก็เป็นแดนเซอร์อาชีพมาก่อน จากตรงนี้ทำให้นุ้ยได้เข้ามาร่วมในโครงการทูบีนัมเบอร์วัน มีหน้าที่สอนเต้นให้แก่เด็ก ๆ นุ้ยนำพื้นฐานที่มีมาใช้ ซึ่งการสอนเทควันโดแดนซ์จะยากตรงที่ไม่มีครูเทควันโดคนไหนเต้นได้เหมือนนุ้ย ถ้าเอาแดนเซอร์มาฝึกเทควันโดก็ยังพอไปวัดไปวาได้ แต่ถ้าให้เทควันโดมาฝึกเต้นมันยากมาก กลายเป็นว่านุ้ยทำได้คนเดียว และนุ้ยเองก็ยังไม่มีเวลา และตอนนี้เรายังไม่มีเวลาที่จะอบรมอาจารย์ อย่างเทควันโดสอบสายหรือพื้นฐานทั่วไป คือถ้าอบรมอาจารย์เรามีทุกเดือนอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเทควันโดแดนซ์ต้องรอนุ้ยคนเดียว ก็ต้องชะลอไว้ก่อน"

             
"ในโรงเรียนของนุ้ยหลัก ๆ แล้วจะมีการสอนรำแพตเทิร์นและก็มีส่งแข่งด้วย ถ้าส่งแข่งเราจะเน้นเด็กที่อยากจะเป็นนักกีฬาทีมชาติ ดังนั้น เราจะเน้นที่การต่อสู้และการสอบสายก็จะเป็นไปตามมาตรฐานสากล"

            
ขั้นตอนการรับเด็กก็ง่าย ๆ ดูที่พัฒนาการ ถ้าเรียนรู้เร็ว 3 ขวบเข้ามาครูนุ้ยก็สอน "ตอนแรกมีมาตรฐานที่เด็ก 4 ขวบ แต่ตอนนี้ 3 ขวบเราก็รับ เพราะเด็กบางคนมีพัฒนาการที่ดี เรียนรู้เร็ว นุ้ยจะให้ทดลองเรียนก่อนว่าเด็กชอบหรือเรียนไหวไหม ถ้าผ่านก็รับเข้าเรียนได้เลยเพราะเด็กบางคนทักษะดี แต่ถ้าเล็กมากก็ต้องแล้วแต่ผู้ปกครอง แต่จริง ๆ แล้วอยากได้เด็กตั้งแต่อายุ 3 ขวบครึ่งขึ้นไป"

            
ปัญหาของงานคือเรื่องเวลาของครูและเด็กที่ไม่ค่อยตรงกัน "เด็กจะว่างตรงกันหลังเลิกเรียน และวันเสาร์-อาทิตย์ทำให้คลาสแน่นมาก ส่วนวันธรรมดาก็จะโล่ง เราก็เสียห้องไปเปล่า ๆ หรือในช่วงแรก ๆ อาจารย์บางท่านเป็นนักกีฬาทีมชาติ และบางคนก็ยังเป็นนักเรียน-นักศึกษาอยู่ ช่วงใกล้สอบก็มีปัญหา บางคนต้องไปแข่งกีฬา แต่ตอนนี้เรามีทีมงานที่ลงตัว ปัญหาก็ลดน้อยลง"

            
สังคมการทำงานที่ต่างกัน ให้ความสุขที่ต่างกัน "นุ้ยก็รู้สึกแฮปปี้กับงานทั้ง 2 สาย ทั้งกีฬาและบันเทิง ก็ไม่ได้สร้างความลำบากอะไรให้ ไม่ต้องปรับตัว เพื่อนสายนักกีฬาส่วนใหญ่ก็จะคุยกันด้วยเหตุผล มีการโต้เถียงกันด้วยเหตุผล ไม่มีติสตŒแตก แต่โดยรวมก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนงานด้านบันเทิงเป็นเรื่องของเวลาที่ไม่ค่อยลงตัว วางแผนล่วงหน้ายาก ตอนนี้นุ้ยมีถ่ายภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ก็ทำให้ไม่มั่นใจที่จะลงคลาสใหม่ ๆ ด้วยความที่เวลาของภาพยนตร์ยังไม่แน่นอน"

             
"นุ้ยอยากให้กำลังใจทุกคนที่ทำธุรกิจ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง เพราะทุกวันนี้เราอยู่ในสังคมที่มีแต่การแข่งขัน ถ้ามั่นใจว่าคุณรักอะไรก็ทำเลย แต่ทำอยู่บนพื้นฐานของความรอบคอบระมัดระวัง และที่สำคัญก่อนจะลงมือทำต้องมีที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญสักคนคอยบอก ควรปรึกษาผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าในธุรกิจที่เราอยากจะทำ"

            
เลือกทำงานที่รัก เรียนรู้ให้มาก วางแผนให้รอบคอบ "สิ่งที่นุ้ยยึดในการทำงาน คือรับผิดชอบกับคำพูดและเวลา ที่สำคัญที่สุดเราต้องแคร์ความรู้สึกของคนรอบข้างด้วย ที่โรงเรียนนุ้ยจะเป็นคนประสานงาน ถ้าครูไม่เข้าใจกันนุ้ยก็จะประนีประนอมด้วย เราต้องนึกถึงบุคลากร ไม่ใช่นึกถึงแต่ผลกำไรอย่างเดียว หรือแม้แต่ลูกศิษย์ รวมทั้งผู้ปกครองเองเราก็ต้องให้ใจพวกเขาด้วย มีอะไรไม่เข้าใจก็คุยกันตรง ๆ ให้ความสนิทสนมเหมือนพี่เหมือนน้อง เราให้ใจเขา เขาก็จะให้ใจเรา จะได้อยู่กันนาน ๆ"





หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 1043  ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 

ความคิดเห็นที่ 1


รักนุ้ยเกสริน สู้นะ มาสอนที่tobe number 1บ่อย บ่อย นะคะ

โดย : มิ้นท์ พลอย    2010-03-16 19:31:14


ส่งความคิดเห็น

  • โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น หรือ กล่าวหาให้ร้ายกัน
  • ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  • ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
แสดงความคิดเห็น
ใส่อารมณ์