ก่อนจะทำให้คนอื่นเชื่อ ต้องทำให้คนอื่นเห็นแนวคิดของ มร.โทรุ โคะโชจิ CEO เอ็มโร เอเชีย
บริษัท เอ็มโร เอเชีย จำกัด ประกอบธุรกิจการผลิต EM เพื่อนำมาพัฒนาเกษตรธรรมชาติของไทยตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ลดการใช้สารเคมี ทำให้ได้วัตถุดิบที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังใช้ในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้มีความสมดุลของระบบนิเวศ โดยการก่อตั้งของ ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ แห่งมหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ค้นพบและพัฒนา EM จากกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2553 ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ภายใต้การบริหารงานของ มร.โทรุ โคะโชจิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มโร เอเชีย จำกัด
มร.โทรุ เปิดเผยว่า EM ย่อมาจากคำว่า Effective Micro-organisms หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ลักษณะเป็นของเหลว สีน้ำตาล ซึ่งประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ปลอดภัย 3 กลุ่ม คือ จุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติก ที่สามารถป้องกันและกำจัดเชื้อโรคบางชนิดได้ ยีสต์ เป็นจุลินทรีย์ที่ผลิตสารที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์และสัตว์หลายอย่าง มีทั้งวิตามินและฮอร์โมนต่าง ๆ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เป็นจุลินทรีย์ที่สามารถลดกลิ่นเหม็นต่าง ๆ ได้ดี รวมทั้งยังสังเคราะห์สารพวกวิตามินและเอนไซม์ที่มีประโยชน์มากมายอีกด้วย
“ประเทศไทยมีการใช้จุลินทรีย์ EM มาแล้วกว่า 25 ปี โดย ศ.ดร. เทรูโอะ ฮิหงะ ต้องการให้ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมและอากาศที่บริสุทธิ์ อันจะส่งผลให้ประชาชนในประเทศมีสุขภาพแข็งแรง นอกจากนี้ ยังส่งเสริมและพัฒนาเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนโครงการเศรษฐกิจพอเพียงทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต พร้อมทั้งสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมี และผลิตอาหารปลอดภัยเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค เพื่อมุ่งสู่ครัวโลกอีกด้วย” มร.โทรุ กล่าว
ส่วนวิธีการใช้ประโยชน์ของจุลินทรีย์ EM และ EM ball นั้น มร.โทรุ กล่าวว่า “มีการนำมาใช้งานที่แตกต่างกัน คือ จุลินทรีย์ EM ใช้สำหรับบำบัดน้ำเสียที่ไม่มีการไหลเวียน เช่น บ่อน้ำ ห้วย หนอง รวมทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดต่าง ๆ และ EM ball จะนำมาใช้เสริมในแหล่งน้ำที่มีขนาดลึกที่มีการไหลเวียนของน้ำตลอดเวลา ดังเช่นเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ก็จะมีการใช้ EM ball เพื่อบำบัดน้ำเสียมากกว่าจุลินทรีย์ EM เนื่องจากมีการไหลเวียนของน้ำตลอดเวลา โดย EM ball จะช่วยย่อยตะกอนเน่าเสีย เพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในน้ำ ทำให้น้ำสะอาด และมีปริมาณออกซิเจนเพิ่มขึ้น”
“นอกจากจะสามารถบำบัดน้ำเสียได้แล้ว จุลินทรีย์ EM ยังมีคุณสมบัติในการนำมาทำความสะอาดที่อยู่อาศัยหลังน้ำลดได้ด้วย เช่น ใช้ในการขัดพื้นบ้าน เช็ดกระจก ใช้ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ โถชักโครก รวมทั้งสามารถนำมาใช้ในการซักผ้า รีดผ้า รดน้ำต้นไม้ นอกจากนี้ ยังพบว่าเกษตรกรจะนำจุลินทรีย์ EM ไปใช้ในการเกษตร และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วย แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ควรนำ EM ไปผสมกับน้ำในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพตามที่ต้องการ และข้อควรระวังคือ EM เป็นจุลินทรีย์จากธรรมชาติ จึงไม่สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีและยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ ได้ เนื่องจากจะเอื้อประโยชน์แก่พืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ” มร.โทรุ กล่าว
สำหรับบริษัท เอ็มโร เอเชีย จำกัด เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 เนื่องจากบริษัทตั้งอยู่ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ด้วยความเข้มแข็งของผู้บริหาร และพนักงานที่มุ่งมั่นในการผลิต EM เพื่อนำมาฟื้นฟูสภาพแวดล้อม จึงสามารถรักษาฐานการผลิตได้บางส่วน ซึ่ง มร.โทรุ กล่าวว่า “เมื่อครั้งที่น้ำท่วมหนักบริษัทก็ได้รับความเสียหายจำนวนมาก แต่เรายังมุ่งมั่นที่จะผลิต EM โดยสามารถรักษาฐานการผลิตได้บางส่วน จากนั้นจึงช่วยกันทำสะพาน เพื่อให้พนักงานสามารถเดินทางเข้าไปผลิต EM และนำออกมาเพื่อช่วยในการฟื้นฟูบริเวณที่น้ำเน่าเสีย โดยทางบริษัทได้สนับสนุน EM ball ผ่านหน่วยงานหลักหลายแห่ง เช่น มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กองทัพบก กรมชลประทาน และกลุ่ม Green connect ของศิลปินช่อง 3 และก่อนหน้านี้ก็เคยสนับสนุน EM ball เพื่อใช้บำบัดน้ำเสียเมื่อครั้งเหตุการณ์เรือล่มที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ด้วย” มร.โทรุ กล่าว
ด้านหลักในการบริหารงาน มร.โทรุ เปิดเผยว่า “ผมไม่ได้ยึดหลักอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ต้องทำหน้าที่ที่รับผิดชอบให้ดีที่สุด ที่สำคัญในฐานะที่เป็นผู้นำก็ต้องปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่พนักงาน เพราะผมเชื่อว่าก่อนที่จะทำให้คนอื่นเชื่อ เราจะต้องทำให้คนอื่นเห็นก่อน และหากในช่วงที่เจอกับวิกฤตเศรษฐกิจ หรือภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน ก็จะแก้ปัญหาด้วยสติ คิดทบทวนอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ อย่างเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา แม้เราจะสูญเสียไปมาก แต่ยังมีบริษัทอื่น ๆ ที่ได้รับความเสียหายมากกว่า ฉะนั้นจึงมองว่าในวิกฤตก็มีโอกาส กล่าวคือ ประชาชนรู้จักกับ EM มากขึ้น เพราะในอดีตจะรู้จักกันเฉพาะในกลุ่มที่ทำการเกษตรเท่านั้น ฉะนั้นหลังจากนี้ทางบริษัทก็จะเร่งฟื้นฟูให้มีกำลังการผลิตได้ 100% เพื่อรองรับความต้องการ EM ที่จะมีมากขึ้นในอนาคต”
“อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ ทำให้ได้เรียนรู้ว่า การรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ตัดไม้ทำลายป่า ไม่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะหากเราทำลายธรรมชาติมาก ๆ ธรรมชาติก็จะทำลายเราเช่นกัน ฉะนั้นจึงอยากให้ประชาชนทุกคน ทั้งคนในประเทศและต่างประเทศ ช่วยกันลดมลพิษที่จะทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุล นอกจากนี้ หากท่านใดที่พอมีเวลาว่างก็อยากให้ช่วยกันปลูกต้นไม้ทดแทนในส่วนที่หายไป แม้บางท่านอาจคิดว่ากว่าต้นไม้จะเติบโตก็อีกนาน แต่หากเราเริ่มช่วยกันวันนี้ โลกของเราในอนาคตก็จะมีระบบนิเวศที่สมดุล มีอากาศที่บริสุทธิ์ สุขภาพร่างกายก็จะแข็งแรง ทำให้ประชาชนในประเทศมีประสิทธิภาพในการช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ด้วย” มร.โทรุ กล่าวทิ้งท้าย
|
สนับสนุนเนื้อหาโดย